สันธานประสาน

You use a co-ordinating conjunction (“and,” “but,” “or,” “nor,” “for,” “so,” or “yet”) to join individual words, phrases, and independent clauses . คุณสามารถใช้ ร่วมร่วมประสาน (“และ””แต่””หรือ””หรือ””สำหรับ””ดังนั้น”หรือ”ยัง”) เพื่อเข้าร่วมคำแต่ละคำ, วลีและ อนุประโยคอิสระ . Note that you can also use the conjunctions “but” and “for” as prepositions . โปรดทราบว่าคุณยังสามารถใช้สันธาน”แต่”และ”ราคา”เป็น คำบุพบท .

In the following sentences , each of the highlighted words is a co-ordinating conjunction: ดังต่อไปนี้ใน ประโยค แต่ละคำที่ไฮไลต์คือ – ประสานร่วมร่วม :

Lilacs and violets are usually purple. Lilacs และ violets มักจะสีม่วง

In this example, the co-ordinating conjunction “and” links two nouns . ในตัวอย่างนี้ร่วม – ประสานร่วม”และ”การเชื่อมโยงสอง คำนาม .

This movie is particularly interesting to feminist film theorists, for the screenplay was written by Mae West. หนังเรื่องนี้น่าสนใจอย่างยิ่งกับบรรดานักทฤษฎีสตรีนิยมภาพยนตร์สำหรับบทภาพยนตร์ถูกเขียนโดยแม่ West

In this example, the co-ordinating conjunction “for” is used to link two independent clauses. ในตัวอย่างนี้ร่วม – ประสานร่วม”สำหรับ”จะใช้ในการเชื่อมโยงสองข้ออิสระ

Daniel’s uncle claimed that he spent most of his youth dancing on rooftops and swallowing goldfish. ของลุง Daniel อ้างว่าเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ของการเต้นรำของเขาบนหลังคาเยาวชนและกลืนปลาทอง

Here the co-ordinating conjunction “and” links two participle phrases (“dancing on rooftops” and “swallowing goldfish”) which act as adverbs describing the verb “spends.” ต่อไปนี้ประสานงานร่วม”และ”การเชื่อมโยงสอง กริยาวลี (“เต้นบนหลังคา”และ”กลืนปลาทอง”) ซึ่งทำหน้าที่เป็น กริยาวิเศษณ์ อธิบาย คำกริยา “ใช้เวลา.

Advertisements

คือคำเชื่อมประโยค ได้แก

and(และ)
ใช้เชื่อมข้อความคล้อยตาม กันสอดคล้องกันหรือเป็นไปทำนองเดียวกัน เช่น
We eat with fork and a spoon.
Tina and Tom are playing football.

or (หรือ)
ใช้เชื่อมข้อความเพื่อเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น
Is your house big or small?
Would you like tea or coffee?

but (แต่)
ใช้เชื่อมข้อความที่ขัดแย้งกัน เช่น
That house is beautiful but very expensive.
I can ride a bicycle but I can’t ride a horse.

because(เพราะว่า) ใช้เชื่อมข้อความที่เป็นเหตุเป็นผลกันโดยbecauseจะนำหน้าประโยคที่เป็นสาเหตุ
I like my sister because she is pretty.
She can pass the exam because she studies hard.

so(ดังนั้น)
ใช้เชื่อมข้อความที่เป็นเหตุเป็นผลกันโดยsoจำนำหน้าประโยคที่เป็นผล
Cathy eats a lot so she is fat.
My sister is pretty so I like her.

though/although(แม้ว่า)
ใช้เชื่อมข้อความที่ขัดแย้งกัน
Although he ran very fast, he didn’t win the first prize.

either….or(เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งใน2อย่าง)
ถ้านำมาเชื่อมประโยคในส่วนที่เป็น
ประธานจะ
ใช้คำกริยาตามประธานตัวหลัง เช่น
Either you or he is wrong.
You can get either this pen or that pencil.

neither …….nor(ไม่ทั้ง2อย่าง)
ถ้านำมาเชื่อมประโยคในส่วนที่เป็นประธานจะ ใช้คำกริยาตามประธานตัวหลัง เช่น

Neither I nor she speaks English.

Conjunction แปลว่า “สันธาน” หมายถึง “คำที่ใช้เชื่อมคำ (Words) กลุ่มคำ (Phrases) หรือประโยค (Sentences) เข้าด้วยกัน และให้เข้าใจไว้ด้วยว่า คำที่จะใช้ Conjunction เชื่อมได้นั้นต้องเป็นคำชนิดเดียวกัน หรือคล้ายคลึงกัน”
ขอให้ดูตัวอย่างการใช้สันธานเชื่อมความในประโยคต่อไปนี้เป็นอุทาหรณ์ (Conjunction เชื่อมได้แค่นี้เท่านั้น) :-
1. เชื่อมนามกับนาม เช่น Time “and” tide waits for no man.
2. เชื่อมนามกับสรรพนาม เช่น James “and” I go to school every day.
3. เชื่อมสรรพนามกับสรรพนาม เช่น You “and” he are both wrong.
4. เชื่อมกริยากับกริยา เช่น She sat down “and” cried.
5. เชื่อมคุณศัพท์กับคุณศัพท์ เช่น I have a white “and” black cat at home.
6. เชื่อมกริยาวิเศษณ์กับกริยาวิเศษณ์ เช่น Every cat moves slowly “and” silently.
7. เชื่อมบุรพบทกับบุรพบท เช่น Do not walk up, “but” down the hill.
8. เชื่อมวลีกับวลี เช่น Not speaking much “but” speaking well denotes the truly wise.
9. เชื่อมอนุประโยคกับอนุประโยค (Clause to Clause) เช่น My brother told me “that” his dog was dead.
10. เชื่อมประโยคกับประโยค (Sentence to Sentence) เช่น He worked hard “but” he did not succeed.
molchanok.files.wordpress.com/2011/01/pm51.gif”>

การใช้ need
โครงสร้างประโยคของ Need – กิริยาแท้
ประโยคบอกเล่า – ประธาน + need + to ตามด้วยกิริยาช่อง 1
ประโยคปฏิเสธ – ประธาน + verb to do + not + need + to ตามด้วยกริยาช่อง 1
ประโยคอดีต – ประธาน + did not (didn’t) + need + to ตามด้วยกริยาช่อง 1
โครงสร้างประโยคของ Need – กริยาช่วย (เหมือน verb to do)
ประโยคปฏิเสธ – ประธาน + need not (needn’t) + กริยาช่อง 1 ไม่มี to
ประโยคอดีต – ประธาน + need not have + กริยาช่อง 3
1. Need – กิริยาแท้
Need ที่ทำหน้าที่เป็น “กิริยาแท้” ในประโยค..หมายถึง “ต้อง” แบบจำเป็นจริง ๆ..ดังนั้น หากอยู่ในรูปปฏิเสธ..ต้องมี verb to do มาช่วยเสมอ
ตัวอย่างประโยค –
You need to speak loudly. = คุณต้อง (จำเป็นอย่างยิ่ง มิฉะนั้น..) พูดให้ดัง
She does not need to worry. Everything is o.k. = เธอไม่ต้องเป็นห่วง ทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยดี
2. Need – กริยาช่วย
Need ที่ทำหน้าที่เป็น “กริยาช่วย” ในประโยค..หมายถึง “จำเป็นต้อง”..ไม่ต้องมี verb to do มาช่วย
ตัวอย่างประโยค –
You need not speak so loudly. = คุณไม่จำเป็นต้องพูดดังหรอก
She need not have hurried. She had plenty of time. = เธอไม่จำเป็นต้องรีบร้อนหรอก มีเวลาเหลือมากมาย (ประโยคนี้เป็นประโยคแสดงกาลเวลา “อดีต”)
Dare แปลว่า “กล้า “เป็นได้ทั้งกริยาช่วยและกริยาแท้
1. เป็นกริยาแท้ dare + to +V1และเมื่อต้องการทำเป็นประโยคปฎิเสธ
และประโยคคำถามให้เอา Verb to do มาช่วยเช่น
She dare to say what is right.
I doesn’t dare to tell him the truth.
2. เป็นกริยาช่วยเราไม่นิยมใช้เป็นประโยคบอกเล่าแต่เราจะใช้ daren’t
กับคนบางคนไม่กล้าทำบางสิ่งบางอย่างในขณะที่พูด
I daren’t look.
I daren’t touch it.

การใช้ Indefinite Article : a, an
1. ใช้ a นำหน้าคำนามนับได้ เอกพจน์ ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะและมีความหมายทั่วไปในความหมาย หนึ่ง โดยไม่ต้องการเน้นจำนวน เช่น a woman, a dog, a dentist, a newspaper, a city , a book , a shop เช่น
He is reading a newspaper. เขากำลังอ่านหนังสือพิมพ์

2. ใช้ an นำหน้าคำนามนับได้ เอกพจน์ขึ้นต้นด้วยสระ และมีความหมายทั่วไป เช่น an orange, an umbrella, an hour, an article
It’s raining.You will need an umbrella .ฝนกำลังตก คุณจะต้องมีร่มกันฝน.

3. ใช้ a, an นำหน้านามเอกพจน์ เมื่อกล่าวถึงคำนามนั้นเป็นครั้งแรก เช่น
There is a shop on the corner. มีร้านอยู่ 1 ร้านที่หัวมุม ( ใช้ a เพราะเป็นการพูดถึงครั้งแรก )

4. ใช้ a, an แทนพวก กลุ่ม หมู่เหล่า เช่น
A cow is an animal. วัวเป็นสัตว์ขนิดหนึ่ง
= Cows are animals.วัวเป็นสัตว์
An owl can see in the dark. นกเค้าแมวมองเห็นได้ในความมืด

5. ใช้ a, an ในการบอกอัตราต่อ 1 หน่วย ( per ) เช่น
She runs three miles a day. เธอวิ่งวันละ 10 ไมล์ ( เป็นกิจวัตร )
I go to the cinema about once a month. ฉันไปดูภาพยนต์ประมาณเดือนละครั้ง

6. ใช้ a, an หน้าชื่อเฉพาะของผู้มีชื่อเสียงที่รู้จักทั่วไป เพราะมีคุณสมบัติ ความสามารถ หรืออุปนิสัยเหมือนผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบ
He is an Einstein. เขาเป็นคนฉลาดเหมือนไอน์สไตน์
He is a Soontorn Poo of our school. เขาเป็นคนที่แต่งกลอนเก่ง ( เหมือนสุนทรภู่) ของโรงเรียนเรา

7. ใช้ a, an นำหน้าคำนามที่เป็นสำนวนในประโยคอุทาน เช่น
What a pity !น่าสงสารจัง
What a shame ! น่าอายจัง !

8. ใช้ a, an นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่กล่าวถึงการเป็นสมาชิกของกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มอาชีพ เชื้อชาติ ศาสนา
My father is a teacher. อาชีพ
Robert is an American. เชื้อชาติ
John is a Catholic. ศาสนา

9. ใช้ a, an แทนจำนวน หนึ่งหน้าคำนามที่เป็นสำนวนเกี่ยวกับการนับจำนวนหรือแสดงจำนวนมาก
a dozen of eggs. ไข่จำนวน 1 โหล
a gross of pens ปากกาจำนวน 12 โหล
a lot of people ประชาชนจำนวนมาก
a number of friends เพื่อนจำนวนมาก

10. ใช้ a, an นำหน้านามที่เป็นสำนวนเกี่ยวกับการเจ็บไข้ได้ป่วย โครงสร้างคือ have + a+ อาการเจ็บป่วย
have a headache ( ปวดหัว ) have a pain in the chest ( เจ็บหน้าอก )
have a stomachache ( ปวดท้อง ) have a cold ( เป็นหวัด )
have a toothache ( ไม่มี a ก็ได้ ) ( ปวดฟัน ) have a fever ( เป็นไข้ )

11. ใช้ a,an ในสำนวนที่มีคำต่อไปนี้นำหน้าคือ such, quite, rather, many
We didn’t expect such a hot day. เราไม่ได้คาดว่ามันจะเป็นวันที่อากาศร้อนเช่นนี้
He is quite a good boy. เขาเป็นเด็กดีทีดียว
It was rather a short trip. มันเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างสั้น
Many a place in Thailand impressed them. สถานที่หลายแห่งในประเทศไทยประทับใจพวกเขามาก

12. ใช้ a, an หลังโครงสร้างต่อไปนี้
so + adjective+a + นามนับได้ เอกพจน์ ( such a+ นาม ) เช่น
We didn’t expect so great a crowd. .เราไม่คาดคิดว่าจะมีคนมากมายอย่างนี้
too + adjective + a + นามนับได้ เอกพจน์
This is too hard a job for him. นี่เป็นงานหนักเกินไปสำหรับเขา
however + adjective + a + นามนับได้เอกพจน์
However nice a girl she is, he never like her. ไม่ว่าเธอจะเป็นคนน่ารักอย่างเขาก็ไม่ชอบเธอ
as + adjective + a + นามนับได้ เอกพจน์+ as
She is as good a student as you are.เธอเป็นนักเรียนที่ดีเช่นเดียวกับคุณ